วันพุธ, 27 ตุลาคม 2564

มติ ทปอ.ปรับทีแคสปี 65 ลดเหลือ 4 รอบ ยกเลิกโอเน็ต

เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน นายบัณฑิต เอื้ออาภรณ์ อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) เปิดเผยว่า  ที่ประชุมรับทราบความคืบหน้าผลการคัดเลือกในระบบกลางบุคคลเข้าศึกษในสถาบันอุดมศึกษา หรือทีแคส  ปีการศึกษา 2564 ซึ่งได้ดำเนินการรับไปแล้ว 3 รอบ คือ 1.รอบพอร์ตโฟลิโอ 2.รอบโควตา และ3.รอบแอดมิสชั่นส์ 1และขณะนี้อยู่ระหว่างการรับในรอบแอดมิสชั่นส์ 2 เหลือการรับรอบ4 รับตรงอิสระ ภาพรวมตัวเลขผู้ผ่านการคัดเลือก ไม่แตกต่างจากปี 2563 มากนัก แต่ก็ถือว่าเพิ่มขึ้นเล็กน้อย โดยการรับปี 2564  รวม 3 รอบมีผู้ผ่านการการเลือกและยืนยันสิทธิเรียบร้อยแล้ว 200,928 คน ปี2563 ผู้สอบผ่านและเข้าศึกษาต่อรวม 5 รอบ 4 รูปแบบอยู่ที่ 200,631 คน คาดว่า หากปี2564 รอบครบทุกรอบจะมีผู้มีสิทธิเข้าศึกษาเพิ่มขึ้นอีก 10,000-20,000 คน ขณะเดียวกันหลังการปรับระบบให้ยืนยันสิทธิในรอบ3 พบว่า จำนวนผู้สละสิทธิลดลงอย่างเห็นได้ชัด โดยปี2563 มีผู้สละสิทธิจำนวน 12,815 คน ปี2564 ลดลงเหลือ 6,227 คน ทั้งหมดเป็นเพราะลดความซ้ำซ้อนและลดความสูญเปล่าของกระบวนการคัดเลือก

นายพีระพงศ์ ตริยเจริญ ผู้ช่วยเลขาธิการที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) กล่าวว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบ แนวทางการคัดเลือกในระบบทีแคส  ปีการศึกษา 2565  ปรับการสอบให้มีปริมาณที่ลดน้อยลง และลดการคัดเลือกเหลือเพียง เป็น 4 รอบ 4 รูปแบบ ดังนี้ 1. รอบพอร์ตโฟลิโอ 2.โควตา  3.รอบแอดมิสชั่น และ4 รอบรับตรงอิสระ โดยการรับในทุกรอบจะยุติการใช้คะแนนการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน หรือโอเน็ต มาเป็นองค์ประกอบในการคัดเลือก เนื่องจากโอเน็ตเป็นคะแนนที่ไม่แน่นอน เพราะกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ต้องการปรับรูปแบบการวัดผลและได้มอบหมายให้ สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) ไปพัฒนารูปแบบการวัดผล

“การปรับครั้งนี้จะยกเลิกการรับในรอบแอดมิสชั่นส์ 2 และยกเลิกการใช้คะแนนโอเน็ตมาเป็นองค์ประกอบในการคัดเลือก โดยมหาวิทยาลัยจะเป็นผู้กำหนดองค์ประกอบในการรับเอง ซึ่งจะต้องมีการปรับ ในส่วนของทปอ. พยายามประสานให้มหาวิทยาลัยแต่ละแห่งกำหนดจำนวนวิชาสอบให้น้อยลง คาดว่าแต่ละแห่งจะประกาศองค์ประกอบและปฏิทินการรับสมัครในแต่ละรอบได้ภายในเดือนสิงหาคมนี้ ทั้งนี้ทปอ.ยังคงหลักการให้เด็กอยู่ในห้องเรียนจนจบการศึกษา ดังนั้นการสอบเพื่อนำคะแนนไปใช้ในการเข้าเรียนต่อจะเริ่มขึ้นหลังเด็กจบม.6 ปลายเดือนกุมภาพันธ์ ขณะเดียวกันยังมีการปรับเนื้อหาข้อสอบเน้นการนำไปใช้มากขึ้นเพื่อให้เด็กตั้งใจเรียนในห้องเรียน ลดปัญหาความเหลื่อล้ำและเด็กไม่จำเป็นต้องไปกวดวิชา ”นายพีระพงศ์ กล่าว

ที่มา มิติชน อ่านเพิ่มเติม https://www.matichon.co.th/education/news_2785658