ครูอีสานดอทคอม
หน้าแรก » ข่าวการศึกษา » สหภาพองค์การค้าฯจี้ยกเลิกมติบอร์ดเลิกจ้างพนักงาน 961 คน สหภาพองค์ค้าฯแฉแหลกขบวนการทุจริตพิมพ์แบบเรียน ไล่ ศธ.ไปตรวจสอบกระบวนการคอรัปชั่นในองค์กรหาให้โม่งตัวจริงให้เจอ

สหภาพองค์การค้าฯจี้ยกเลิกมติบอร์ดเลิกจ้างพนักงาน 961 คน สหภาพองค์ค้าฯแฉแหลกขบวนการทุจริตพิมพ์แบบเรียน ไล่ ศธ.ไปตรวจสอบกระบวนการคอรัปชั่นในองค์กรหาให้โม่งตัวจริงให้เจอ

โพสต์โดย : ครูอีสาน เมื่อ 13:42:31 น. เข้าชม 89 ครั้ง แจ้งลบ

เมื่อวันที่ 2 ก.ค.ที่วัดสามัคคีธรรม เขตลาดพร้าว กทม.เวลา 09.00 น.กลุ่มสหภาพแรงงานองค์การค้าของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) กว่า 300 คน นัดชุมนุมใหญ่สหภาพแรงงานองค์การค้าฯกรณีคณะกรรมการองค์การค้าฯมีมติให้เลิกจ้างพนักงานเจ้าหน้าที่องค์การค้าฯ จำนวน 961 คน

โดยนายนิวัติชัย แจ้งไพร ประธานสหภาพแรงงานองค์การค้าฯ กล่าวว่า สหภาพแรงงานองค์การค้าฯขอเรียกร้องให้ผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) และคณะกรรมการองค์การค้าฯทบทวนมติและยกเลิกคำสั่งองค์การค้าสกสค.ที่ 85/2563 ให้เลิกจ้างพนักงานเจ้าหน้าที่ไว้ก่อน ซึ่งมีเหตุผลประกอบการพิจารณา ดังนี้ 1.องค์การค้าฯมีภารกิจหลักคือการพิมพ์และจำหน่ายหนังสือเรียนตค้นฉบับจากสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)

ดังนั้นองค์การค้าฯจึงมีรายได้ที่แน่นอนสามารถบริหารสร้างรายได้และไม่ควรขาดทุน แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นคือนำงานไปจ้างบริษัทเอกชนภายนอกพิมพ์เป็นการเปิดช่องว่างให้เกิดการทุจริตในการจ้างงาน ซึ่งประเด็นนี้มีการร้องเรียนมาที่สหภาพแรงงานฯและเรื่องถูกส่งไปที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ และ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สอบสวนมาโดยตลอด โดยการสอบสวนบางคดีมีการชี้มูลความผิดแล้ว แต่ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบไม่มีการดำเนินการเอาผิดให้ถึงที่สุด ดังนั้นเรื่องนี้จึงเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ขาดทุนแต่ไม่มีการหยิบยกมาแก้ไข

      
ประธานสหภาพแรงงานฯ กล่าวต่อไปว่า ส่วน2.หนี้สะสมขององค์การค้าฯจนถึงปัจจุบัน จำนวน 5,700 ล้านบาทนั้นหากเข้าไปตรวจสอบจะพบว่าเป็นการสร้างหนี้ของบุคคลที่ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการองค์การค้าฯแต่ละคนตั้งแต่ปี 2544 เป็นต้นมา ซึ่งเป็นการนำเงินที่ขอกู้มาจ่ายค่าจ้างพิมพ์หนังสือเรียนที่นำไปจ้างเอกชนภายนอกพิมพ์ ซึ่งเป็นการใช้เงินผิดวัตถุประสงค์ในการขอกู้เงินส่งผลให้องค์การค้าฯเกิดความเสียแบกรับภาระหนี้พร้อมดอกเบี้ยที่เกิดขึ้น

3.การกล่าวหาพนักงานและเจ้าหน้าที่ล้นงาน ค่าใช้จ่าย ค่าจ้างพนักงานเจ้าหน้าที่สูง ก็ต้องตรวจสอบข้อมูลหลักฐานเอกสารรายงานค่าใช้จ่ายกับสัดส่วนของงานและรายได้ในอัตราเฉลี่ยของรายได้ด้วยว่าอยู่ในอัตราส่วนของโครงสร้างราคาขายและกำไรที่ควรจะเป็นหรือไม่ และในอัตราส่วนโดยรวมของค่าจ้างพิมพ์รวมกับค่าจ้างพนักงานเจ้าหน้าที่องค์การค้าฯ รวมเป็นสองเด้งทำให้ต้นทุนสูงขึ้นจึงเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ขาดทุน รวมถึงหากพนักงานและเจ้าหน้าที่ล้นงานแต่เหตุใดงานพิมพ์หลักที่เป็นขององค์การค้าฯผู้บริหารต้องไปจ้างบริษัทเอกชนภายนอกพิมพ์
           
4.หากเลิกจ้างพนักงานทั้งหมดเช่นนี้การพิมพ์แบบเรียนต้นฉบับของสสวท.และสพฐ.จึงเท่ากับว่าองค์การค้าฯต้องยุติภารกิจทั้งหมดความเสียหายที่เกิดขึ้นอาจบานปลายไปถึงการละเมิดสัญญาข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างที่กฎหมายกำหนด และ5.หนี้สินและความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งหมดมาจากความผิดพลาดในการบริหารจัดการของผู้บริหารทั้งสิ้น การที่คณะกรรมการองค์การค้าฯมีมติเลิกจ้างพนักงานนั้นจึงเป็นการรกระทำที่ไม่เป็นธรรมส่งผลกระทบกับการดำรงชีพ


           
ด้านนายนายอารีย์ สืบวงศ์ ที่ปรึกษาสหภาพแรงงานฯ กล่าวว่า ที่ผ่านมาตั้งแต่ปี 2539-2540 องค์การค้าฯมีกำไรสูงสุดกว่า 1,500 ล้านบาทส่งผลให้เจ้าหน้าที่และพนักงานได้รับโบนัสมากถึง 2 เท่า แต่หลังจากนั้นเป็นต้นมาองค์การค้าฯไม่มีกำไรสะสมจนต้องเริ่มโครงการกู้เงินจากสถาบันการเงินต่างๆ รวมถึงนำทรัพย์สินที่มีไปจำนองไว้ ซึ่งในที่สุดการกู้เงินไม่ได้นำมาช่วยองค์กรแต่นำเงินจากการกู้ไปจ้างบริษัทเอกชนภายนอกพิมพ์หนังสือเรียน และมีผู้ร้องเรียนความไม่ชอบมาพากลเรื่องนี้มาตลอดแต่ก็ไม่เคยมี

ผลสรุปชี้ชัดเจนว่าเส้นทางการทุจริตมาจากไหนจนถึงปัจจุบัน ดังนั้นขอผู้บริหารศธ.อย่ามาอ้างพนักงานและเจ้าหน้าที่ว่าเป็นต้นทุนที่มากเกินไปจนทำให้พนักงานและเจ้าหน้าที่จำนวน 961 คนต้องมารับผิดชอบกับปัญหาที่เกิดขึ้น แต่สาเหตุที่แท้จริงแล้วคือการทุจริตและคอรัปชั่นในองค์กร และการบริหารที่ไม่มีประสิทธิภาพ ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ควรตรวจสอบและดูปัญหาที่แท้จริงด้วย อย่างไรก็ตามเราจะดำเนินการเรื่องนี้ให้ถึงที่สุด...

 

ทีี่มา เดลินิวส์ อ่านต่อที่ : https://www.dailynews.co.th/education/782931

กรุณาล็อกอินเข้าสู่ระบบก่อนถึงจะแสดงความคิดเห็นได้

News Update

facebook